วิชาปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. 2543

ข้อสอบความรู้ผู้ขอรับใบอนุญาตฯภาคีสถาปนิก ตามมาตรา 19(1)(ก)และ ฃการสอบเทียบวิทยฐานะตามมาตราฐานความรู้ขั้นภาคีสถาปนิก ตามมาตรา 19(1)(ข) และ (ค) แห่ง พ.ร.บ. วิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. 2508

คะแนนเต็ม 100 คะแนน สอบวันที่ 5 ตุลาคม 2543 เวลา 13.00 – 16.00 น.

ข้อกำหนดในการสอบ

1. ไม่อนุญาตให้นำตำรา เอกสาร หรือเครื่องมือประมวลผล(คอมพิวเตอร์) เข้าห้องสอบ
2. ให้เขียนเลขประจำตัวสอบลงในข้อสอบทุกแผ่น
3. ห้ามนำข้อสอบทั้งหมดออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด

ข้อสอบทั้งหมด มี 2 ตอน
ตอนที่ 1 ( 65 คะแนน )
ตอนที่ 2 ( 35 คะแนน )

 ตอนที่ 1
ให้เขียนคำตอบคำถามต่อไปนี้ (65 คะแนน)

1. การควบคุมวิชาชีพสถาปัตยกรรมมีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร (5 คะแนน)

2. ในฐานะที่ท่านเป็นสถาปนิก ท่านคิดว่างานที่ท่านออกแบบมีผลกับสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างไร ให้ เหตุผลประกอบด้วย (5 คะแนน)

3. ท่านยอมรับการควบคุมด้วยวิธีสอบเพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้หรือไม่ และท่านมีแนวความคิดในการปรับปรุงพัฒนา หรือ ปรับเปลี่ยน รูปแบบ ให้เหมาะสม ยิ่งขึ้น อย่างไร (5 คะแนน)

4. ให้นำคำจำกัดความที่ให้ไปอธิบายความหมายของลักษณะงานในวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม (5 คะแนน)

    • การกําหนดรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ใช้ในการก่อสร้างหรือที่เกี่ยวกับการก่อสร้างรวมทั้งการศึกษา การวางแผน การกําหนดขอบเขต และการพิจารณารูปแบบสถาปัตยกรรมเพื่อการก่อสร้างหรือที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง
    • การบริหารจัดการ หรือควบคุมเกี่ยวกับ การก่อสร้าง การซ่อมแซม การดัดแปลง การรื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายอาคารให้เป็นไปตามรูปแบบและรายการสถาปัตยกรรม
    • การสํารวจ การค้นคว้า การวิเคราะห์ การทดสอบ รวมทั้งการหาข้อมูลและสถิติต่างๆ เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการตรวจและวินิจฉัยงานที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรม
    • การกําหนดรูปแบบผังของโครงการในงานสถาปัตยกรรม
    • การให้ข้อแนะนําหรือการตรวจสอบเพื่อให้คําปรึกษาในงานสถาปัตยกรรม

4.1 งานพิจารณาตรวจสอบ หมายถึง
4.2 งานวางโครงการและงานแผนผังบริเวณ หมายถึง
4.3 งานออกแบบ หมายถึง
4.4 งานอำนวยการ หมายถึง
4.5 งานให้คำปรึกษา หมายถึง

5. ให้นำรายละเอียดการปฏิบัติงานไปอธิบายวิชาชีพสถาปนิกแต่ละสาขา (5 คะแนน)

    • การปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างที่บุคคลอาจจะเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ซึ่งต้องขออนุญาตก่อสร้างดัดแปลงรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารตามกฏหมายควบคุมอาคาร
    • การปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการออกแบบและวางผังโครงการของอาคารหรือกลุ่มอาคาร ในกิจกรรมเกี่ยวกับการกำหนดที่ตั้งความสูง พื้นที่อาคาร ขนาดพื้นที่ว่างและผังเค้าโครงสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
    • การปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้างภายนอกอาคารเพื่อการใช้สอยและความสวยงามเป็นระเบียบและส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดี
    • การปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างภายในสิ่งก่อสร้างในสถาปัตยกรรมหลัก หรือมีผลให้งานสถาปัตยกรรมหลัก ระบบวิศวกรรมโครงสร้าง ระบบวิศวกรรมเครื่องกล ระบบวิศวกรรมไฟฟ้า สิ่งแวดล้อมหรือระบบการป้องกันอัคคีภัย อย่างหนึ่งอย่างใดเปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบหรือระบบเดิมที่มีอยู่

5.1 สถาปัตยกรรมหลัก หมายถึง
5.2 ภูมิสถาปัตยกรรม หมายถึง
5.3 สถาปัตยกรรมผังเมือง หมายถึง
5.4 สถาปัตยกรรมมัณฑนศิลป์ หมายถึง

 6. หากมีผู้มาติดต่อขอให้ท่านออกแบบแก้ไข รูปแบบอาคารที่มีสถาปนิกผู้อื่นกำลังดำเนินการออกแบบอยู่แล้ว เนื่องจากไม่พอใจการทำงานของสถาปนิกผู้นั้น ท่าน ควร ปฏิบัติตัว และ แนะนำผู้ติดต่ออย่างไร ( 5 คะแนน )

7. ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 ” ห้องแถว ” ต่างจาก ” ตึกแถว” อย่างไร( 2 คะแนน)

8. ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 แผนผังอาคาร แบบก่อสร้างอาคารทั่วไป ควรมีมาตราส่วนไม่น้อยกว่าเท่าใด ( 3 คะแนน)

    • แผนผังอาคาร ขนาดไม่น้อยกว่า
    • แบบก่อสร้างอาคาร แปลน รูปตัด ไม่น้อยกว่า
    • รูปด้านอาคารไม่น้อยกว่า

9. ภาคีสถาปนิกสามารถประกอบวิชาชีพภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขใดบ้าง (2 คะแนน)

    • อาคารที่มีความสูงไม่เกิน ….. เมตร
    • และมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันไม่เกิน ตารางเมตร

10. หากมีบริษัทสถาปนิกต่างชาติ ทำการออกแบบอาคารเสร็จสิ้นแล้ว ติดต่อว่าจ้างให้ท่านเซ็นชื่อเป็นสถาปนิก เพื่อนำมาขออนุญาตก่อสร้างในประเทศไทย ท่านควรจะทำอย่างไร พร้อมให้เหตุผลในการปฏิบัติ(5 คะแนน)

11. ในฐานะสถาปนิกท่านต้องประสานงานกับวิศวกรสาขาใดบ้างเมื่อประกอบวิชาชีพ (3 คะแนน)

12. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่อไปนี้ใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติวิชาชีพสถาปนิกได้อย่างไรบ้าง(5 คะแนน)

    • CAD :
    • Spreadsheet :
    • Word processor :
    • Presentation :
    • Browser :

13. อธิบายคำกล่าวเหล่านี้ตามที่ท่านเข้าใจ ปัจจุบันยังควรคำนึงถึงหรือไม่ (5 คะแนน)

    • Form follow function
    • Never a day without a line

14. ใช้ผังงานที่ให้ตอบคำถามต่อไปนี้ (5 คะแนน)

2543exam03

    • ผังงานที่แสดงนี้เรียกว่า
    • ใช้สำหรับ
    • งานที่เป็นส่วนของช่วงงานวิกฤตได้แก่
    • หากข้อมูลถูกต้องและไม่มีอุปสรรคใดๆ งานนี้กำหนดแล้วเสร็จเร็วที่สุดภายใน วัน
    • หากสามารถทำงาน H ให้เสร็จได้ภายใน 7 วัน จะสามารถทำงานนี้เสร็จเร็วขึ้น วัน

15. ไม้มอบ คืออะไร (1 คะแนน)

16. Water Stop คืออะไรมีความสำคัญอย่างไร (2 คะแนน)

17. ในการออกแบบก่อสร้าง นอกจากแบบก่อสร้างแล้ว สถาปนิกจะต้องจัดทำและรวบรวมจัดเตรียมเอกสารอะไรบ้าง (2 คะแนน)

ตอนที่ 2

ให้วงกลมรอบหัวข้อคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว (35 คะแนน)

1. ผู้ใดทำผิดมารยาททางวิชาชีพ ของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม

ก. สถาปนิกเสนาะ ออกแบบอาคารและรับงานรับเหมาก่อสร้างอาคารดังกล่าวด้วย
ข. สถาปนิกสนั่น นำแบบรายละเอียดของโครงการที่กำลังดำเนินการออกแบบไปใช้ในงานออกแบบ ประเภทเดียวกัน โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของโครงการ
ค. หลังจากลงนามในสัญญาจ้างทำแบบ สถาปนิกสนิททำงานออกแบบเสร็จเรียบร้อยถึงเวลาทำการ ก่อสร้าง เมื่อผู้รับเหมาเข้ามาขอคำแนะนำในการทำงาน สถาปนิกสนิทเรียกค่าบริการเพิ่ม ในการให้คำแนะนำ
ง. ทุกคนทำผิดมารยาททางวิชาชีพสถาปัตยกรรม

2. จงเรียงลำดับขั้นตอนในการทำงาน และลักษณะการดำเนินงานของสถาปนิก หลังจากลงนามในสัญญาว่าจ้างออกแบบอาคาร ให้ถูกต้อง

1 – วางเค้าโครงการออกแบบและจัดทำแบบร่างขั้นต้น
2 – ออกแบบร่างขั้นสุดท้าย
3 – ทำรายละเอียดการก่อสร้าง
4 – ให้ความร่วมมือในการประกวดราคา
5 – ให้ความร่วมมือในการก่อสร้างอาคาร

ก. 1, 2, 3, 4, 5
ข. 1, 3, 5, 2, 4
ค. 1, 2, 5, 3, 4
ง. 1, 3, 2, 4, 5

3. กฎหมายในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับสถาปนิก

ก. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
ข. พระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
ค. ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การกำหนดเขตปลอดภัยทางอากาศ
ง. ทุกข้อเกี่ยวข้องกับสถาปนิก

4. การวัดความสูงของอาคารที่มีหลังคาตามกฎหมายคือการวัดความสูงของอาคารอย่างไร

ก. วัดจากพื้นดินถึงสันหลังคา
ข. วัดจากพื้นดินถึงสันอกไก่
ค. วัดจากพื้นดินถึงแนวขอบบนของผนังชั้นสุดท้าย
ง. วัดจากพื้นดินถึงแนวชายคาอาคาร

5. ข้อใดเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

ก. สถาปนิกรับออกแบบงานอาคารสถานเริงรมย์ ที่ตั้งอยู่บริเวณติดกับโรงเรียนมัธยม
ข. สถาปนิกรับทำงานภายนอกประเทศ
ค. สถาปนิกบอกยกเลิกสัญญาออกแบบอาคารเนื่องจากไม่สามารถทำงานร่วมกับวิศวกรได้
ง. สถาปนิกเข้าไปช่วยผู้รับจ้างเหมาก่อสร้างอาคารในระหว่างการก่อสร้างอาคาร

 6. ข้อใดไม่ใช่ชนิดของงานในวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม

ก. งานอำนวยการก่อสร้าง
ข. งานพิจารณาตรวจสอบความเป็นไปได้ในการก่อสร้างอาคาร
ค. งานให้คำปรึกษางานสถาปัตยกรรม
ง. งานแนะนำวัสดุก่อสร้าง

7. ข้อใดเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

ก. ออกแบบอาคารโดยไม่ต้องศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก่อนก็ได้
ข. สถาปนิกไปติดต่อขอรับงานจากหน่วยงาน แล้วให้ข้อมูลของบริษัทไปกับบริษัทอื่น
ค. สามารถออกแบบอาคารอย่างไรก็ได้ ไม่ต้องสนใจอาคารข้างเคียงหรือความเป็นไปได้ของโครงสร้างก็ได้เพราะยังไงวิศวกรก็สามารถทำได้อยู่แล้ว
ง. ทุกข้อเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

8. ข้อใดคือประเภทสมาชิกของสภาสถาปนิกที่ถูกต้อง

ก. สมาชิกภาคี , สมาชิกวิสามัญ , สมาชิกพิเศษ
ข. สมาชิกสามัญ , สมาชิกวิสามัญ , สมาชิกกิติมศักดิ์
ค. สมาชิกภาคี, สมาชิกวิสามัญ , สมาชิกกิติมศักดิ์
ง. สมาชิกทั่วไป , สมาชิกร่วม , สมาชิกเสริม

9. ปัจจุบันผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมมีระดับดังนี้

ก. วุฒิสถาปนิก, สามัญสถาปนิก, ภาคีสถาปนิก, ภาคีสถาปนิกพิเศษ
ข. วุฒิสถาปนิก, วุฒิสถาปนิกพิเศษ, สามัญสถาปนิก, ภาคีสถาปนิก
ค. วุฒิสถาปนิก, สามัญสถาปนิก, ภาคีสถาปนิก
ง. สถาปนิกกิตติมศักดิ์, วุฒิสถาปนิก, สามัญสถาปนิก, ภาคีสถาปนิก

10. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติวิชาชีพสถาปนิก

ก. สถาปนิกต้องมีความเข้าใจความสัมพันธ์และความรับผิดชอบของสถาปนิกต่อวิชาชีพอื่นและต่อผู้ว่าจ้าง
ข. ทำการจัดทำรายการประกอบแบบและอธิบายขั้นตอนในการขออนุญาตให้เจ้าของงาน
ค. ทำความตกลงกับบริษัทออกแบบคู่แข่ง ในการประกวดแบบ
ง. ทำความเข้าใจในรายละเอียดของวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในโครงการออกแบบ

 11. ข้อใดเป็นอาคารที่ไม่ต้องขออนุญาตปลูกสร้าง

ก. ต่อเติมอาคาร 2 ชั้น ขนาด พื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร
ข. ปลูกสร้างอาคารโรงนา อาคารเก็บวัสดุทางการเกษตร
ค. สร้างอาคารพักอาศัย 2 ชั้นพื้นที่ 250 ตารางเมตร ในเขตกรุงเทพฯ
ง. ทุกข้อต้องขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร

12. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของสถาปนิก

ก. ออกแบบอาคาร โดยพิจารณาความเหมาะสมทางด้านข้อกฎหมาย สิ่งแวดล้อม ให้ต้องประสงค์กับความต้องการของเข้าของอาคารอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการที่ดี
ข. ประสานงานระหว่างบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันตั้งแต่เริ่มออกแบบงานก่อสร้างแล้วเสร็จ
ค. ตรวจสอบแบบก่อสร้างอาคารของสถาปนิกรายอื่น ตามการมอบหมายจากเจ้าของโครงการโดยได้แจ้งให้สถาปนิกผู้ออกแบบทราบแล้ว
ง. ทุกข้อเป็นหน้าที่ของสถาปนิก

13. ข้อใดไม่เป็นเอกสารที่สถาปนิกต้องนำเสนอต่อเจ้าของโครงการในขั้นตอนการเสนอแบบร่างขั้นต้น

ก. แบบร่างผังบริเวณแสดงความสัมพันธ์ของอาคารหรือกลุ่มอาคารข้างเคียง
ข. เอกสารการประมาณราคาก่อสร้างตามขั้นตอนนี้ (ราคากลางที่เฉลี่ยต่อตารางเมตรของอาคาร)
ค. AS BUILT Drawing
ง. แบบอาคารโดยสังเขป ประกอบด้วย แปลน รูปด้าน รูปตัด

14. Shop Drawing คืออะไร

ก. แบบรายละเอียดอาคารทั้งหมด
ข. แบบร่างอาคาร
ค. แบบก่อสร้างอาคารที่ตรงกับการก่อสร้างจริง
ง. แบบรายละเอียดอาคารที่ต้องทำเนื่องจากการเกิดปัญหาที่ตรวจพบระหว่างงานก่อสร้างหรือแบบอาคารไม่ได้กำหนดมาให้

 

15. สิ่งใดไม่จำเป็นต้องกำหนดในรายละเอียดประกอบแบบ

ก. ขอบเขตความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
ข. รายละเอียดของชนิดคอนกรีตที่ใช้ในอาคาร
ค. รายละเอียดและข้อกำหนดในการดำเนินการก่อสร้าง
ง. ทุกข้อควรกำหนดในรายการประกอบแบบ

16. ข้อความ “พื้น PS เป็นคอนกรีตอัดแรงสำเร็จรูปแบบ HOLLOW CORE รับน้ำหนักบรรทุกจรได้ไม่น้อย กว่า 500 กก./ตร.ม. การวางแผ่นพื้นจะต้องวางในทิศทางที่กำหนด ไว้ในแบบและเรียงชิดติดกัน” ในราย การประกอบแบบที่เห็นนี้ ควรอยู่ในหัวข้อกำหนดในรายการประกอบแบบหัวข้อใด

ก. งานฐานราก
ข. งานโครงสร้างอาคารทั่วไป
ค. งานโครงสร้างพื้นอาคาร
ง. งานวัสดุผิวพื้นอาคาร

17. ในการตรวจสอบงานก่อสร้างผนังอาคาร ในฐานะสถาปนิก ควรตรวจสอบอะไร

ก. ประตู-หน้าต่างต้องมีคานทับหลังเสมอ
ข. ตรวจสอบไม่ให้ผนังล้มดิ่ง
ค. ควรให้มีการเสียบเหล็กหนวดกุ้ง เพื่อยึดผนังก่ออิฐ กับเสาอาคารเป็นระยะๆ
ง. ถูกทุกข้อ

18. ในการเขียนแบบก่อสร้างห้องน้ำ สิ่งใดที่อาจเว้นไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องระบุในแบบ

ก. ระดับความลาดเอียงของห้องน้ำ
ข. แนวงานระบบท่อน้ำและท่อระบายอากาศ
ค. ระดับการติดตั้งสุขภัณฑ์
ง. การระบุลวดลายกระเบื้อง

19. สิ่งใดไม่เกี่ยวข้องกับสถาปนิก

ก. การทำ Feasibility study และการศึกษาความเป็นได้ของโครงการ
ข. การกำหนดพื้นที่ใช้สอยอาคารที่เหมาะสม
ค. การจัด Zoning อาคาร และ การแนะนำแนวทางการจัดวางแบบที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
ง. ทุกข้อเกี่ยวข้องกับสถาปนิก

 20. อาคารบ้านพักอาศัยมีการกำหนดที่จอดรถไว้

ก. ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อหลัง
ข. คำนวณตามพื้นที่อาคาร
ค. ถูกทั้งข้อ ก.และ ข.
ง. ไม่ได้กำหนดบังคับไว้

 21. ภายหลังจากได้รับอนุญาตปลูกสร้างอาคารบ้านพักอาศัยแล้ว เจ้าของอาคารจะต้องปลูกสร้างภายในเวลา

ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 5 ปี
ง. ไม่ได้กำหนดบังคับไว้

22. ในการออกแบบอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดใด จะต้องคำนึงถึงอันตรายจากการเกิดแผ่นดินไหวเป็นพิเศษ

ก. ลพบุรี
ข. กาญจนบุรี
ค. นครราชสีมา
ง. สุรินทร์

23. อาคารที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตปลูกสร้างอาคารจากทางราชการ

ก. พระอุโบสถวัดบ้านไร่
ข. โรงพยาบาลภูมิพล
ค. สนามกีฬา 700 ปี เชียงใหม่
ง. ถูกทุกข้อ

24. อาคารขนาดใหญ่ได้แก่อาคารที่

ก. มีความสูงเกิน 15 เมตร
ข. พื้นที่รวมกันเกิน 1500 ตารางเมตร
ค. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข.
ง. ไม่มีข้อถูก

25. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของสภาสถาปนิก

ก. ออกใบอนุญาต พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม
ข. ออกใบอนุญาต พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม (เฉพาะที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ)
ค. รับรองคุณวุฒิทางการศึกษา รับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม
ง. ออกข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยเรื่องที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ

26. ในการประกวดราคาคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง ราคากลางหมายถึง

ก. ราคาเฉลี่ยของราคาที่ผู้รับเหมาเสนอสูงสุดและราคาเสนอต่ำสุด
ข. ราคาเฉลี่ยของราคาที่ผู้รับเหมาทุกรายเสนอ
ค. ราคาที่จัดทำเพื่อใช้เป็นมาตรฐานเปรียบเทียบกับราคาที่ผู้รับเหมาเสนอ
ง. ราคางบประมาณที่จัดสรรไว้สำหรับงานก่อสร้าง

27. โดยทั่วไปการประมาณราคาค่าก่อสร้างจะต้องรวมสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย

ก. ราคาค่าวัสดุ และค่าแรงงาน
ข. ราคาค่าดำเนินงาน ค่าอำนวยการ ค่ากำไร ค่าภาษี
ค. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข.
ง. ผิดทุกข้อ

28. หากรายการประกอบแบบก่อสร้างระบุว่า “วงกบหน้าต่างอะลูมิเนียมอโนไดซ์ ความหนาโลหะไม่น้อยกว่า 1.8 มม.” วัสดุต่อไปนี้ข้อใดสามารถนำมาใช้ในงานก่อสร้างได้

ก. วงกบอะลูมิเนียมสีธรรมชาติ ขึ้นรูปโดยมีความหนาโลหะ 1.6 มม.
ข. วงกบอะลูมิเนียมสีชา ขึ้นรูปโดยมีความหนาโลหะ 1.8 มม.
ค. วงกบอะลูมิเนียมสีธรรมชาติ ขึ้นรูปโดยมีความหนาโลหะ 2.0 มม.
ง. วงกบอะลูมิเนียมสีดำ ขึ้นรูปโดยมีความหนาโลหะ 1.8 มม.

29. ท่านเข้าตรวจในอาคารพบท่อทาสีดำเขียนสัญลักษณ์ S ท่านคิดว่าหมายถึงท่อประเภทใดในอาคาร

ก. ท่อน้ำโสโครก
ข. ท่อระบายน้ำฝน
ค. ท่อน้ำประปา
ง. ท่ออากาศ

30. อัตราส่วนสำหรับการผสมปูนซีเมนต์สำหรับใช้กับโครงสร้าง ค.ส.ล.โดยทั่วไป คือข้อใดและหมายถึงอัตราส่วนของอะไร

ก. 1 : 2 : 4 (ปูนซีเมนต์ : หิน : ทราย)
ข. 1 : 2 : 4 (ปูนซีเมนต์ : ทราย : หิน)
ค. 1 : 3 : 5 (ปูนซีเมนต์ : หิน : ทราย)
ง. 1 : 3 : 4 (ปูนซีเมนต์ : ทราย : หิน)

31. ต้นไม้ชนิดใดไม่ควรปลูกใกล้ที่จอดรถยนต์

ก. ประดู่
ข. จามจุรี
ค. มะม่วง
ง. ไม่ควรปลูกทั้งข้อ ข. และ ค

32. ออกแบบอาคารประเภทใดที่ควรระวังเป็นพิเศษในด้านการรับน้ำหนักของโครงสร้าง

ก. ห้องสมุดจังหวัด
ข. ห้องใต้ดิน
ค. โรงเรียนนานาชาติ
ง. ถูกทุกข้อ

33. อาคารใดที่ภาคีสถาปนิกไม่มีสิทธิ์ออกแบบ

ก. โรงนาขนาดพื้นที่ใช้สอย 1500 ตารางเมตร
ข. อาคารพักอาศัยสูง 3 ชั้น สูง 15 เมตร พื้นที่ 1000 ตารางเมตร
ค. ห้องแถวขนาด 3 x 12 ตารางเมตร สูง 3 ชั้นจำนวน 12 คูหา
ง. หอชมวิวสูง 12 เมตร ขนาด 5 x 5 เมตร

34. อาคารที่ถล่มในขณะก่อสร้าง ผู้ใดน่าจะเป็นผู้รับผิดชอบอันดับแรก(จำเลยที่ 1)

ก. สถาปนิกผู้ออกแบบ
ข. บริษัทผู้รับก่อสร้าง
ค. เจ้าของอาคาร
ง. วิศวกรผู้ออกแบบอาคาร

35. ผนังของอาคารจอดรถยนต์ที่อยู่ห่างจากที่ดินข้างเคียงหรืออาคารอื่นน้อยกว่า 3 เมตรและ อาคารจอดรถยนต์ที่มีพื้นที่ใช้สอยอื่นรวมอยู่ด้วย จะต้องมีผนังหนาอย่างน้อยเท่าไร

ก. ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก หนา 15 เซนติเมตร หรือ ผนังกันไฟหนา 20 เซนติเมตร
ข. ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก หนา 10 เซนติเมตร หรือ ผนังกันไฟหนา 20 เซนติเมตร
ค. ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก หนา 10 เซนติเมตร หรือ ผนังกันไฟหนา 15 เซนติเมตร
ง. ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก หนา 15 เซนติเมตร หรือ ผนังกันไฟหนา 15 เซนติเมตร

รายการข้อสอบทั้งหมด<–