BangkokOnFire3

การออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อป้องกันการก่อการร้าย 3

เขียนเมื่อ 22 May 2010 at 19:44

กรอบความคิดสำหรับบทความเรื่องการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อป้องกันการก่อการร้ายชุดนี้ ผู้เขียนจะเน้นเฉพาะเรื่องแนวทางแนวด้านการออกแบบเชิงกายภาพที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรม และวิศวกรรมประกอบอาคารเท่านั้น ส่วนการจัดการหรือบริหารอาคารนั้นเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ชำนาญการจะต้องให้ข้อมูลหรือรายละเอียดต่อไป

ผู้เขียนเชื่อว่า การจัดการให้อาคารมีความปลอดภัยจากภัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภัยจากอัคคีภัยหรือโจรกรรม รวมถึงภัยที่มาจากการก่อการร้าย จะต้องเริ่มต้นวางแผนดำเนินการตั้งแต่การออกแบบขั้นต้นจึงได้ผลดีมากที่สุด ส่วนการปรับเปลี่ยนหรือใช้มาตรการต่างๆเพิ่มในภายหลังหลังจากอาคารออกแบบหรือสร้างเสร็จไปแล้วถือเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ ผลที่ได้ย่อมสู้การออกแบบไว้ตั้งแต่แรกไม่ได้

BangkokOnFire3

แนวทางแรกในการป้องกันการก่อการร้ายได้ดีที่สุดคือการสร้างระยะห่างระหว่างพื้นที่ภายนอกกับพื้นที่ภายใน สิ่งที่ง่ายที่สุดในการสร้างระยะห่างให้อาคารได้ก็คือ ระยะห่าง ฟังดูเป็นกำปั่นทุบดินไปหน่อย แต่นี่เป็นข้อเท็จจริงที่เถียงไม่ได้ ยิ่งสร้างอาคารถอยร่นจากแนวเขตที่ดินได้มากเท่าไรเราจะได้ระยะห่างมากขึ้นเท่านั้น

การสร้างระยะห่างที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องระยะทางระหว่างอาคารกับเขตที่ดินอีกวิธีการหนึ่งนั่นคือการทำทางเข้า ไม่ว่าจะเป็นถนนทางเข้าหรือทางเดินเท้า นั่นคือการเปลี่ยนแนวทางข้าวของถนนเหล่านี้ไม่ให้เป็นเส้นตรงเข้าสู่อาคาร ให้ใช้การเบี่ยงทิศทาง การทำถนนอ้อมจากทางเข้าหลัก ยิ่งบริเวณด้านหน้าทางเข้าที่ประจันกับถนนโดยตรงนั้นมีสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ เช่นป้ายโครงการที่เป็นผนังคอนกรีตที่หนาหนัก จะยิ่งเป็นการเพิ่มระยะทางจากอาคารจากสิ่งภายนอกมากขึ้นโดยไม่ต้องเมระยะทางระหว่างอาคารกับเขตที่ดินเลย

วิธีการนี้ถือเป็นการแนวทางการวางผังแบบตะวันออก ที่มักจะมีการวางอาคารเป็นแบบค่ายกลสำหรับอาคารที่ไม่ต้องการให้เข้าถึงได้ง่าย เช่น สุสานของกษัตริย์ของจีนในอดีต จะทำทางเข้าหลักเบี่ยงเป็นมุมฉากกับถนนที่เข้าสู่เขตสุสาน หรือการวางตัวปราสาทในญี่ปุ่นที่ทำทางลาดรอบตัวปราสาท เพื่อเพิ่มระยะทางระหว่างทางเข้ากับตัวอาคารให้มากขึ้น เมื่อจะเดินเข้าทัพบุกเข้าไปจะต้องเจอทางเดินเป็นแนวยาว อีกทั้งเป็นทางลาด ทำให้เสียเวลามากขึ้นในการเข้าถึง

ลองคิดดูว่า ถ้าลานเบียร์ด้านหน้าอาคารศูนย์การค้าที่ถูกเผานั้น มีความลาดเอียงเพียงเล็กน้อย ไม่ต้องมาก เช่น 1 ต่อ 20 หรือ ร้อยละ 5 หรือ 5% หรือทุกความยาวหนึ่งเมตรพื้นยกสูง 5 เซนติเมตร เวลาใช้งานปกติคนทั่วไปจะเดินได้อย่างไม่ยากลำบากนัก ตั้งแก้วเบียร์ก็ยังไม่หก แต่ถ้าจะกลิ้งยางรถยนต์ขึ้นไปเพื่อใช้เผาอาคารกลับไม่ง่ายนัก น่าจะลำบากมากทีเดียวที่ต้องเข็นยางเส้นนั้นขึ้นตามทางลาดโจรเหล่านั้นคงต้องใช้แรงและพลังมากกว่าที่เราเห็นกันในคลิปอย่างแน่นอน

การเพิ่มระยะทางการเข้าถึงอาคารที่พูดถึงนั้น เป็นเพียงการป้องกันอาคารในกรณีที่เป็น การบุกรุกโดยตรง ซึ่งในโลกปัจจุบัน ผู้ก่อการร้ายมักเปลี่ยนแผนการทำงานจากบุกรุกแบบเปิดเผยไปเป็นการก่อการร้ายแบบปกปิดมากขึ้น เพราะคนโฉดชั่วที่แท้จริงมักเป็นคนเจ้าปัญญามีความหลักแหลม ถึงกับมีคำกล่าวว่า “ทวนเปิดเผยหลบหลีกง่ายดาย เกาทัณฑ์ลับย่างกรายยากระวัง วิญญูชนจอมปลอม เป็นที่ปวดเศียรเวียนเกล้าที่สุด”

ยังมีต่อ