BangkokOnFire6

การออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อป้องกันการก่อการร้าย 6

เขียนเมื่อ 22 June 2010 at 18:21

หน้าที่อย่างหนึ่งของสถาปนิกที่สามารถช่วยลดความเสียหายและสูญเสียจากเหตุก่อการร้ายคือ การออกแบบกรอบอาคารทีเหมาะสม กรอบอาคารเป็นพื้นที่ส่วนแรกที่ผู้ก่อการร้ายจะเข้าโจมตีหลังจากที่ผ่านด่านต่างๆที่เราเตรียมไว้ด้านนอกได้สำเร็จ กรอบอาคารที่เหมาะสมจะสามารถยับยั้งหรือลดความเสียหายและการบุกเข้าพื้นที่ภายนอกได้

ลักษณะของกรอบอาคารที่แนะนำ อย่างแรกคือ วัสดุที่ใช้ในการสร้างกรอบอาคารที่ดีต้องเป็นวัสดุไม่ติดไฟ ไม่ก่อให้เกิดสารพิษเมื่อถูกเผา และต้องไม่เกิดการพังทลายตกลงมาทำอันตรายกับผู้คนด้านล่างถ้าถูกโจมตีจากผู้ก่อการร้าย สารพวกพลาสติกที่ติดไฟง่ายหรือแม้แต่สีพลาสติกที่ติดไฟ หรือเกิดสารระเหยที่เป็นพิษได้ง่าย จะต้องหลีกเลี่ยงที่จะนำมาใช้กับกรอบอาคาร

วัสดุกรอบอาคารอาจติดตั้งร่วมกับโครงผนังภายในอาคารเช่น ผนัง คสล. หรือ แผ่นผนังสำเร็จรูป แต่จะต้องแน่ใจว่าการติดตั้งแข็งแรงเพียงพอที่จะไม่ร่วงหล่นเมื่อเกิดแรงกระแทกจากการระเบิดหรือการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งจากการก่อการร้าย

BangkokOnFire6

ส่วนยื่นของอาคาร เช่น กันสาด ควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็นตัวรับแรงกระแทกโดยตรงถ้ามีการระเบิดข้างใต้พื้นที่นั้น แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จะต้องเป็นวัสดุที่แข็งแรงเพียงพอที่ไม่ถล่มลงมาได้โดยง่าย

การเลือกใช้ วัสดุแบบทึบ วัสดุโปร่งแสงหรือ โปร่งใส นั้นจะต้องพิจาณาในการเลือกใช้อย่างรอบครอบ ขณะที่วัสดุโปร่งแสง โปร่งใส เช่น กระจกหรือรั้วแบบตาข่าย จะช่วยให้พื้นที่ต่างๆได้รับแสงสว่าง และเพิ่มระยะการมองเห็นที่มากขึ้น ทำให้การสังเกตเห็นความผิดปกติได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันกลับทำให้ผู้ก่อการร้ายสามารถตรวจสอบความเป็นไปของพื้นที่ต่างๆได้ง่ายขึ้น

การใช้วัสดุก่อสร้างที่คำนึงลงไปอีกระดับในเรื่องการป้องกันการก่อการร้ายระดับสูงที่ใช้อาวุธชีวะภาพ อาวุธเคมี และรังสีสังหาร จะต้องใช้การผสมผสานของคุณสมบัติวัสดุหลายอย่าง เช่น ผนังก่ออิฐและผนังคอนกรีตที่ดูดซับสารเคมีได้ง่ายเพราะมีรูพรุนค่อนข้างมากนั้นจะต้องเคลือบด้วยสารเคลือบผิวเพื่อลดช่องว่างในเนื้อวัสดุ

มีตัวเลขว่าค่าใช้จ่ายในการกำจัดเชื้อแอนแทกที่ผู้ก่อร้ายส่งเข้าแพร่กระจายในอาคารสำนักงาน The Hart Senate และที่ทำการไปรษณีย์ Brentwood ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีพื้นที่ประมาณ 70,000 ตารางเมตรนั้นต้องใช้เงินไปถึง 22 ล้านเหรียญและต้องปิดอาคารแห่งนั้นนานกว่า 3 เดือน เพราะวัสดุภายในอาคารนั้นเป็นผนังคอนกรีตเสริมเหล็กและผนังก่ออิฐที่มีรูพรุนทำให้กว่าจะแน่ใจว่าอาคารทั้งสองหลังไม่มีเชื้อหลงเหลืออยู่จึงต้องร่มควันด้วยก๊าซคอรีนนานกว่า สามเดือน

การควบคุมจุดเข้าออกของอาคารเป็นเรื่องสำคัญ จุดเข้าออกของอาคารไม่ว่าจะเป็นทางเข้าหลัก ทางเข้ารอง หรือจุดขนส่งการบริการทั้งหมดจะต้องมีนต้อยจุดและต้องมีการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด

ขนาดของช่องทางเข้าต้องมีขนาดทีเหมาะสมไม่ใหญ่เกินไปจนไม่สามารถควบคุมการข้าวของผู้ที่ไม่พึ่งประสงค์ ที่จะผ่านเข้ามาโดยไม่ถูกตรวจตรา

การกำหนดช่องกระจกที่เป็นประตูหรือหน้าต่างนั้นจะต้องมีการออกแบบที่เหมาะสม สถาปนิกจะต้องจำกัดพื้นที่ของผนังกระจกให้มีขนาดเล็กที่สุดสำหรับพื้นที่ที่มีความสำคัญที่ต้องการการรักษาความปลอดภัยสูงๆ เพราะป้องกันการบุกรุกเข้าและการถูกมองเห็นจากภายนอกได้ง่ายเกินไป

สำหรับพื้นที่ที่ต้องการหน้าต่างหรือผนังกระจกขนาดใหญ่ จะต้องออกแบบให้ถอยห่างจากพื้นที่เสี่ยงภัยให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมทั้งต้องกำหนดให้พื้นที่ใช้งานให้ห่างจากผิวกระจกให้มากที่สุดลดการบาดเจ็บจากกระจกแตกถ้ามีการโจมตีจากภายนอก หรืออาจใช้ผนังตาข่ายวางได้ด้านนอกเพื่อเป็นผนังที่ป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

การกระจกแบบ Temper laminated จะช่วยให้มีความปลอดภัยมากกว่ากระจกธรรมดามาก เพราะกระจกจะแตกเป็นเม็ดข้าวโพดและไม่หลุดจากกรอบเพราะมี ฟิล์มคั่นระหว่างกระจก

นอกจากนั้นการออกแบบชิ้นส่วนทางสถาปัตยกรรมเล็กๆน้อยๆ อาจจะช่วยเรื่องการรักษาความปลอดภัยได้มาก เช่นกระถางต้นไม่ ม้านั่งหินที่ช่วยลดเวลาการเข้าถึงของผู้บุกรุก หรือลดแรงระเบิดที่อาจจะเกิดขึ้นในบริเวณนั้นๆ แต่มีเรื่องต้องพึงระวังคือ ชิ้นส่วนทางสถาปัตยกรรมเหล่านั้นจะต้องไม่กลายเป็นที่กลบซ่อนหรือแอบซ่อนของผู้ไม่หวังดีได้

เรื่องสุดท้ายของการออกแบบงานอาคารคือการดูแลช่องเปิดระหว่างชั้นต่างๆ จะต้องออกแบบให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การป้องกันอัคคีภัยอย่างเคร่งครัด เพราะช่องเปิดที่พื้นนั้นเป็นจุดอ่อนที่สำคัญที่ทำให้เพลิงไหม้และแรงระเบิดจากผลของการก่อการร้ายขยายตัวไปได้อย่างรวดเร็ว

ยังมีต่อ

กลับไปที่รายการบทความ<–