การออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อป้องกันการก่อการร้าย 8

เขียนเมื่อ 24 July 2010 at 00:30

ตอนนี้เราจะมาต่อกันเรื่องการออกแบบงานระบบประกอบอาคารที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการก่อการร้ายต่อจากตอนที่แล้ว โดยที่ตอนที่แล้วเราได้พูดถึงระบบประกอบอาคาร 3 ระบบคือ ระบบบริการสาธารณะ ระบบควบคุมหลัก ระบบไฟฟ้ากำลัง ตอนนี้เราจะมาพูดถึงระบบที่เหลือคือ ระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง ระบบสุขาภิบาล ระบบสื่อสาร ระบบรักษาความปลอดภัย และ ระบบป้องกันอัคคีภัย

“ระบบปรับอากาศ” ส่วนสำคัญที่สุดที่ต้องป้องกันการก่อการร้ายคือ ช่องนำอากาศเข้าอาคาร บริเวณนี้ต้องออกแบบไม่ให้คนทั่วไปเข้าถึงได้โดยง่าย เพราะเป็นจุดที่ผู้ก่อการร้ายสามารถส่งเชื้อโรคหรือสารพิษเข้ามาในอาคาร ทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัยอย่างร้ายแรง

ในประเทศอากาศหนาวจะกลัวเรื่องแบบนี้มากกว่าประเทศในเขตอากาศร้อนเพราะประเด็นเรื่องของพฤติกรรมการไหลของอากาศที่ถ้าอากาศภายนอกเย็นกว่า อากาศจะไหลเข้า แต่ถ้าอากาศภายนอกร้อนกว่าอากาศภายในอาคารจะไหลออก ทำให้สารพิษนั้นกระจายตัวออกสู่ภายนอกได้ง่ายกว่ามาก ดังรูปจากหนังสือของ Phillip N Priceและคณะ ชื่อ Protecting Buildings From a Biological or Chemical Attack: actions to take before or during a release. LBNL/PUB-51959

BangkokOnFire8-1

คำแนะนำคือ จะต้องกำหนดช่องเปิดทางเข้าของช่องอากาศนี้สูงกว่าคนจะเอื้อมถึง หรือสามารถขว้างวัตถุใดๆเข้าไปในช่องทางเข้าอากาศได้ โดยที่ดีที่สุดคือให้ช่องนั้นอยู่สูงจากพื้นดินสามชั้นและเป็นช่องแนวดิ่ง มีตระแกรงปิด ดังรูปในเอกสารของ Department of Health and Human Services Centers for Disease Control and Prevention National Institute for Occupational Safety and Health ชื่อ Guidance for Protecting Building Environments from Airborne Chemical, Biological, or Radiological Attacks

BangkokOnFire8-2

“ระบบแสงสว่าง” การออกแบบต้องกำหนดให้มีไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินที่เพียงพอต่อการใช้งานเสมอไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ตาม

“ระบบสุขาภิบาล” เช่นเดียวกับระบบปรับอากาศจะต้องควบคุมไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าถึงแหล่งน้ำใช้ของอาคาร เพราะถ้าแหล่งน้ำใช้ของอาคารปนเปื้อนสารพิษ หรือเชื้อโรคย่อมจะทำให้คนที่ใช้งานเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตเลยทีเดียว

“ระบบสื่อสาร ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบป้องกันอัคคีภัย” ทั้งสามระบบนี้จะต้องทำงานร่วมกัน ในกรณีเกิดเหตุร้าย จะต้องสามารถดูแลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ให้ลุกลาม โดยต้องควบคุมเหตุการณ์ต่างๆให้ได้ในเวลาอันรวดเร็วที่สุด ระบบทั้งสามจึงต้องได้รับการป้องกันให้มีความปลอดภัยสูงสุดเท่าที่จะทำได้ เช่น การวางตำแหน่งห้องเครื่องและห้องติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆอยู่ในสถานที่ปลอดภัยมากที่สุด การใช้สายไฟฟ้าและสายสัญญาณแบบทนไฟ การจ่ายไฟฟ้ากำลังด้วยระบบจ่ายไฟฟ้าฉุกเฉินแบบ Active เป็นต้น

ยังมีต่อ

กลับไปที่รายการบทความ<–