Dawn Loggins เด็กมัธยมทองเนื้อเก้า

เวลาตี 5

ขณะที่คนส่วนใหญ่ยังหลับไหลอยู่บนเตียง ที่โรงเรียนมัธยม Burns ซึ่งอยู่ในเมืองเล็กๆในรัฐ North Carolina มีภารโรงซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงคนนึงกำลังทำความสะอาดโรงเรียนด้วยความขะมักเขม้น เธอต้องรีบทำงานตอนเช้าของเธอให้เสร็จก่อนเพราะว่าเธอจะต้องเตรียมตัวไปเข้าห้องเรียนกับเพื่อนคนอื่นๆที่โรงเรียนนี้ในตอนแปดโมงเช้า
1743557_221108171427101_918775955_n
เมื่อเลิกเรียนเธอยังคงต้องทำความสะอาดโรงเรียนต่ออีกหลายชั่วโมง ก่อนจะกลับไปที่บ้านซึ่งไม่มีน้ำประปาและไฟฟ้า บางครั้งแต่ไม่ได้อาบน้ำติดกันหลายวันแต่เธอก็ชินแล้ว อนาคตของเธอก็ยังไม่แน่ไม่นอนเพราะบ้านหลังนี้กำลังจะโดนยึด

เธอย้ายที่อยู่มาหลายที่แต่ที่เมืองสุดท้ายนี้พ่อแม่ซึ่งติดยาของเธอได้ทิ้งเธอและพี่ชายให้เผชิญชะตากรรมกันตามลำพัง

นี่คือชีวิตของนักเรียนมัธยมชื่อ Dawn Loggins

หลายคืนที่เธอต้องทำการบ้านใต้แสงเทียนเพราะเธอไม่มีไฟฟ้าใช้ บางคืนไม่มีแม้แต่แสงเทียนเพราะเธอไม่มีเงินซื้อ หลายคืนต้องฝืนตาหลับอย่างหิวโหยเพราะไม่มีอะไรจะกิน เธอมักจะทำการบ้านถึงตี 1 และนอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะต้องกลับทำความสะอาดโรงเรียนต่อตอนรุ่งเช้า

แม้โชคชะตาจะสุดโหดร้ายกับเธอแต่เด็กคนนี้ยังคงรักษาระดับผลการเรียนในระดับดีมากได้เสมอ

หลังจากบ้านโดนยึดเธอต้องไปนอนตามบ้านเพื่อนบ้าง นอนที่พื้นโรงเรียนบ้าง แต่เธอก็ไม่ย่อท้อพยายามทำงานจุนเจือตัวเองมาตลอดจนในที่สุดครูและชุมชนในเมืองเล็กๆแห่งนี้ก็ช่วยกันหาบ้านให้เธอและบริจาคเงินให้เธอเพื่อซื้อของที่จำเป็นในการใช้ชีวิต

Dawn ย้ายเข้าไปอยู่กับครอบครัวของคนขับรถโรงเรียนและยังคงทำหน้าที่ภารโรงต่อไป

แต่เธอไม่ใช่คนธรรมดา เธอมีความฝันสูงสุดว่าอยากเรียนมหาวิทยาลัยให้จงได้และจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าที่พ่อแม่เธอมีให้ได้ เธอพูดไว้แบบนี้ครับ

“When I was younger, I was able to look at all the bad choices – at the neglect, and the drug abuse, and everything that was happening – and make a decision for myself that I was not going to end up like my parents, living from pay-check to pay-check”

เธอสมัครมหาวิทยาลัยในรัฐ North Carolina ไป 4 แห่งซึ่งทั้งหมดรับเธอเข้าเรียนทั้งสิ้น แต่เธอมีความฝันสูงสุดที่อยากจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก

มหาวิทยาลัย Harvard นั่นเอง

ชื่อนี้ช่างยิ่งใหญ่และทรงพลังมากเพราะมันเป็นความฝันของนักเรียนจากทั่วโลกที่อยากจะเข้าเรียนที่นี่ให้ได้

ปัญหาก็คือโรงเรียนของเธอตั้งแต่ก่อตั้งมายังไม่เคยมีใครเข้ามหาวิทยาลัย Harvard ได้ซักคน ไม่ต้องพูดถึง Harvard หรอก เอาแค่ Ivy League ก็ยังไม่เคยมีเด็กจากโรงเรียนนี้เข้าได้ซักคนเดียว

ครูที่เขียนหนังสือแนะนำตัว (recommendation letter) ให้เธอเขียนไว้ได้อย่างดีมากครับ เขาให้สัมภาษณ์กับ CNN ถึงข้อความที่เขาเขียนว่า

“Once again, words fail me as I attempt to write this letter of recommendation. I can promise I’ve never written one like this before and will probably not write one like this again. Because most students who face challenges that are not even remotely as difficult as Dawn’s give up. This young lady has, unlike most of us, known hunger. She’s known abuse and neglect, she’s known homelessness and filth. Yet she’s risen above it all to become such an outstanding young lady.”

ยอมรับว่าครั้งแรกหลังจากอ่านข้อความนี้จบ ผมน้ำตาซึม

ในที่สุดความฝันของเธอก็เป็นจริงเมื่อ Harvard ตอบรับเธอเข้าเรียนท่ามกลางความยินดีของคนทั้งเมือง เท่านั้นยังไม่พอเธอยังได้ทุน Full Schloarship ซึ่งหมายถึง Harvard จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเล่าเรียน (อันแสนแพง) และค่าที่พักอาศัยให้เธอทั้งหมด

นอกจากนี้แล้ว Dawn ยังตั้งกองทุนขึ้นมาจากเงินบริจาคที่หลั่งไหลมาหาเธอหลังจากข่าวของเธอโด่งดังไปทั่วประเทศ โดยเธอหวังว่ากองทุนนี้จะช่วยให้เด็กที่มีปัญหาแบบเธอได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากขึ้น

ขณะนี้เธอเรียนอยู่ชั้นปีที่สองของมหาวิทยาลัย Harvard และเรื่องราวของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั้งโลกรวมถึงผมด้วย นักข่าว CNN ถึงกับลงท้ายบทความที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

“She might just find Harvard to be easy”

ผมไม่รู้ว่าชีวิตเธอจะเป็นอะไรต่อไป แต่ผมเชื่อว่ามันต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่แน่นอน

ทุกวันนี้เวลาเจอปัญหาผมจะอ่านเรื่องของ Dawn เพราะมันไม่สำคัญว่าชีวิตเราจะเจออะไรบ้าง มันสำคัญที่ว่าเราจะทำยังไงกับเรื่องที่เราเจอต่างหาก

เหมือนดังคำกล่าวอมตะนี้ไงครับ

We see the world not as it is but as we are

—-

รายการบทความ<–