|
การเรียนต่อ
กระทู้จาก
bam (01/11/42)
เรียนปริญญาโทแบบไหนดี
ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้
ถ้าคิดจะเรียนปริญญาโท น่าจะเรียนสถาปัตยกรรม หรือว่าเรียนเฉพาะทางดีคะ เพราะเท่าที่เคยคุยกับเพื่อนที่เรียนจบปริญญาโท
เฉพาะทางมา พอไปทำงานก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาสักเท่าไหร่เลย
และยิ่งเวลาไปหางานทำก็ยาก เพราะเขาบอกว่าเพื่อนหนูจบปริญญาโท เขาไม่สามารถให้เงินเดือนที่สูงได้
ให้ได้ก็เท่ากับปริญญาตรีนั่นแหละค่ะ ตอนนี้เพื่อนหนูก็เลยต้องทำงานเหมือนเดิมเลย
เงินเดือนก็เท่ากับตอนไม่เรียนปริญญาโทเลยค่ะ หนูเองก็กำลังคิดที่จะเรียนต่อโทในเมืองไทยนี่ล่ะค่ะ
ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดีค่ะ
sorachai (01/11/42)
Khun
Bam What would you like to do in your future la krub??? Think about what
your plan for next five years, ten years, and longer term....If you can
answer these tough questions, you will know what you will have to plan
for. About the conpensation upfront, it doesn't indicate anything permanently
at all.
uu..uu (02/11/42)
ผมว่าการศึกษาไม่ใช่เพื่อต้องมีงานทำอย่างเดียวหรอกครับ
คุณจะได้รับบางอย่างเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว ไม่เชื่อลองถามเพื่อนคุณดูสิว่าเค้าได้อะไรเพิ่มขึ้นมา
นอกจากได้ปริญญาบัตรและเงินเดือนเท่ากับเด็กจบ ป.ตรี เรียนในสิ่งที่อยากเรียนเถอะครับ
กระทู้จาก
สรชัย กรณ์เกษม (23/10/42)
ผู้ที่จะศึกษาต่อต่างประเทศปีหน้า
เตรียมตัวไปถึงไหนแล้วครับ? เข้ามาเตือน
ผู้ที่จะศึกษาต่อต่างประเทศปีการศึกษาหน้า ดำเนินการไปถึงไหนกันแล้ว อย่างน้อยๆ
ควรจะได้ใบสมัครและได้สอบTOEFLไปบ้าง ....หลายๆโรงเรียนมีกำหนดส่งต่างกัน
ตั้งแต่ กลางเดือนธันวาคมถึงต้นๆกุมภาพันธ์ โชคดีนะครับ
ต่อพงษ์ (26/10/42)
คือผมเพิ่งจะสอบ
TOEFL เดือนนี้อะครับ กลัวว่าคะแนนจะออกมาไม่ดี และก็กว่าจะออกก็เกือบจะกลางเดือนธันวาแล้วน่ะครับ
เป็นไปได้หรือเปล่าที่ผมจะส่งใบสมัคร , portfolio และเอกสารอื่นๆ ไปก่อน
แล้วถ้าคะแนน TOEFL ไม่ถึงเกณฑ์ของเขา เขาจะไม่พิจารณาเอกสารอื่นๆของเราเลยหรือเปล่าครับ
Blue (26/10/42)
To Mr.Tor-pong
I am the student who studying in USA right now. Yes, of course. You can
send your stuff to the graduate school of the University that you apply
first and send the TOEFL score later. But if your TOEFL score will be
announced in December, I think you can wait and send it together. Because
the most of the University in USA(If you like to come to USA) will accept
the application before 15th of January(and that was according to your
date of application delivery) Have fun :)
สรชัย (26/10/42)
คุณต่อพงษ์
ตรวจดู deadline ให้แน่นอนนะครับ การส่งใบสมัครและเอกสารอื่นๆมาก่อนก็ทำได้เหมือนที่คุณBlueว่าไว้
บางโรงเรียนอาจจะมีการอะลุ้มอล่วยได้ หรือแม้แต่ให้เรียนไปพร้อมๆกับเรียนภาษาไปด้วย
ในกรณีที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ แต่คุณสมบัติอื่นดี แต่บางโรงเรียนก็ไม่แม้แต่จะพิจารณาเอกสารใดๆ
ถ้าtoefl ไม่ถึงเกณฑ์ ลองสอบถามนักเรียนไทยที่เรียนโปรแกรมในที่นั้นๆก็จะดีครับ
ถามมาในนี้ก็ได้ เดี๋ยวให้ช่วยกันตอบ
sNOWy (27/10/42)
ผมสนใจด้าน
Computer ในงาน Design คุณสรชัยช่วยแนะนำที่เรียนที่น่าสนใจสัก 3-4 แห่ง
ให้ได้ไหมครับ อยากได้ที่ที่ไม่ต้องสอบ GRE เพราะตอนนี้สอบ TOEFL แล้ว ไม่อยากสอบ
GRE อีก ไม่ทราบว่าจะมีหรือเปล่า
สรชัย (27/10/42)
คุณ
sNOWy
Computer ในงาน Designที่ว่านี่ สำหรับArchitecture หรือ Graphic Designครับ
แล้วต้องเป็น Graduate School (ได้ Master Degree) รึปล่าวครับ ?? ขอละเอียดอีกหน่อยนะครับ
เพราะcomputer/design ตอนนี้กว้างมาก แล้วเดี๋ยวจะช่วยหาครับ
sNOWy (27/10/42)
ด้าน
Architectural Design ครับ คล้ายๆ กับที่ Columbia ที่สอน Advanced Studio
นั่นแหละครับ อยากทราบที่ๆให้ Master Degree ภายใน 1-2 ปี ผมเคยหาด้วย Hotbot.com
แต่เสียเวลามากและไม่รู้ว่าที่ไหนน่าเรียนบ้าง
ต่อพงษ์ (28/10/42)
งั้นรบกวนถามพี่ๆที่กำลังเรียนอยู่ที่
อเมริกา ด้วยครับ ว่ามหาลัยไหนที่พอจะอลุ่มอล่วยเรื่องคะแนนโทเฟิลบ้าง+หลักสูตรน่าสนใจ+ค่าเทอมไม่แพงจนเกินไปนักครับ
สรชัย (28/10/42)
จริงๆแล้วคงมีหลายโรงเรียนมากที่สอนใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ
ส่วน3 โรงเรียนนี้รู้สึกว่าจะค่อนข้างรุ่มร้อนดี โดยเฉพาะผู้ที่ชอบการทดลอง
และอยากรู้จักการใช้คอมพิวเตอร์ให้สามารถอธิบายกลไกโดยรวม ของความคิดของการออกแบบ(
design process)ตั้งแต่ตั้นๆจนจบ มากกว่าการนำมาเป็นส่วนที่ทดแทนการทำ productionด้วยมือ
(ซึ่งน่าจะเป็นแค่ผลพลอยได้มากกว่า???) ลองเข้าไปดูที่นี่ก็ได้ครับ ( homepage
เค้าน่าสนใจดีด้วยครับ)
UCLA--http://www.arts.ucla.edu
(TOEFL+GRE)
SciArc--http://www.sciarc.edu (TOEFL+GRE)
Columbia--http://www.arch.columbia.edu(TOEFL)
แต่ถ้าไม่อยากสอบ GRE/TOEFL ลองไปที่นี่ครับ อยู่ในสวิสฯ (ใช้ภาษาเยอรมัน+อังกฤษปนกัน
และมีทุนให้) ETHZ--http://caad.arch.ethz.ch โปรแกรมน่าสนใจดีครับ
--ถ้าไม่ถูกใจ ก็ไม่ว่ากันนะครับ
สำหรับเรื่องสอบ GRE นี่ไม่แน่ใจว่ามีโปรแกรมดีๆที่ไหนอีกบ้างที่ไม่ต้องใช้ครับ
กระทู้จาก
นักศึกษา (06/09/42)
ถ้ามีโอกาสได้ไปเรียนต่อเมืองนอกตอนนี้ควรเรียนด้านไหนครับ
ต้องขอโทษด้วยนะครับถ้าเป็นคำถามที่เคยมีคนถามมาแล้ว
(แต่ผมหาไม่เจอ) คือ อยากทราบว่า ถ้ามีโอกาสได้ไปเรียนต่อทางสถาปัตยกรรมที่เมืองนอก(ป.โท)
ควรจะเรียนทางด้านไหน ถึงจะกลับมาแล้วมีโอกาสได้ใช้สิ่งที่เรียนมาเยอะๆน่ะครับ
sNOWy (07/09/42)
ไม่ค่อยเข้าใจคำถามครับ
ทำไมถึงไปถามคนอื่นว่า เราจะกินก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่หรือเส้นเล็กดี ถ้ามีคนบอกว่า
ให้ไปเรียนสาขาสถาปัตยกรรมกรีก แล้วคุณไม่ชอบและไม่มีความสนใจ คุณจะไปเรียนไหมครับ
เวลาไปเรียน แล้วกลับมาปรากฎว่าสาขาที่ไปเรียนมา มีคน จบมาเหมือนคุณเต็มไปหมด
เลยไม่ได้ทำงานอย่างที่เรียนมา คุณยังจะไปเรียนอย่างที่เขาบอกหรือเปล่าล่ะครับ
ผมสงสัย ก็เลยอยากถามดูครับ
วิญญู วานิชศิริโรจน์ (07/09/42)
ดูที่กระทู้เก่าตามนี้ครับ
http://www.asa.or.th/webboard/1000188.html
http://www.asa.or.th/webboard/1000167.html
http://www.asa.or.th/webboard/1000276.html
http://www.asa.or.th/webboard/1000253.html
http://www.asa.or.th/webboard/1000236.html
http://www.asa.or.th/webboard/1000381.html
http://www.asa.or.th/webboard/1000481.html
http://www.asa.or.th/webboard/1000470.html
ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ (09/09/42)
แนะนำฟันธงให้ไปเรียนสถาปัตยกรรมประเภท
GENERALIST มากกว่าไปเรียนประเภท SPECIALIST ครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงของบ้านเรา (ถ้าจะมาเป็นสถาปนิกในบ้านเรา)
มากเหลือเกิน แต่การเรียนในลักษณะ Generalist จะยากกว่า
เรียนหนักกว่า และอาจใช้เวลานานกว่า เรียนแบบ Specialist นะครับ แต่ถ้าเรียนแบบ
generalist แล้ว สามารถปรับเปลี่ยนท่วงท่า ท่าทีในการทำงานได้ง่ายกว่า และสะดวกกว่า
specialist ครับ เรียนแบบ
generalist ก็เช่นการเรียน สถาปัตย์-สถาปัตย์, หรือ building technology
(ครบทุก technique ไม่ใช่เฉพาะเทคนิคเคิลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง) เป็นต้น
....ถ้าเรียนแบบ specialist ก็เช่นไปเรียนด้าน Business, Energy, F.S. อะไรทำนองนี้แหละ
ถ้าจะไปเรียนด้าน
Computer or Graphic Computer ก็เรียน Software Approch (การเขียน source
code) ไม่ใช่การเรียนวิธีการใช้ software หรือไปเรียนทางด้าน hardware (ซึ่งเรียนไม่ไหวอยู่แล้ว
ยกเว้นมนุษย์พิเศษจริงๆ) เท่าที่ทราบ
สมาคมนิสิตเก่า จุฬาฯ กำลังจัดสัมนาเรื่องนี้ให้นิสิตอยู่นา เท่าที่รู้จะมีคุณวิญญู
(เจ้าเก่า) คุณพิศิษฐ์ ร่วมอภิปรายด้วย .....ผมว่าน่าสนใจดี ....และนิสิตนักศึกษาสถาบันอื่น
ก็น่าจะเข้าฟังได้อยู่แล้ว ......โอม เพี้ยงงงงงง ลองติดตามดูหน่อยดีไม๊ครับ
สรชัย กรณ์เกษม (09/09/42)
ถ้านึกไม่ออกว่าตัวเองชอบอะไรสนใจอะไร
แต่อยากไปเรียนก็เรียนแบบที่พี่ยอดเยี่ยมกล่าวไว้ก็ได้ครับ พอมาได้สักพักก็คงพอจะทราบว่าตัวเองถนัดและไม่ถนัดอะไรถึงตอนนั้น
ก็ยังไม่สายที่จะเลือกเรียนสิ่งที่สนใจอยู่ดี แต่ถ้าชอบและสนใจทางด้านคอมพิวเตอร์ด้านเทคโนโลยี่อยู่
การมีความรู้ด้านcomputer scienceบ้าง ก็น่าจะดีต่ออนาคตครับ บางทีสิ่งที่เราคาดหวังอาจจะไม่ได้อยู่ในโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ อาจจะไปเดินเตะเข้าเอาสักที่ก็ได้
หรืออาจจะมองเห็นได้จากรอบๆบ้านนี่เอง
brother (12/09/42)
Go aboard,
study LANGUAGE first, you must understand the language good good enough,
if not you will never understand anything clear enough, and when you can
not understand clear, you never get the thing you study
กระทู้จาก
tan~ (26/06/42)
อยากทราบว่าคนที่เรียนถาปัตภายในมาไปเรียนต่อโทแลนสเคป
ดีมั๊ย และที่ไหนดีคะ
ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ
landslide (29/06/42)
ดีจ่ะ
แต่ต้อง take วิชาใหม่จมเลยนะ เสียเวลาน่าดูเลยนะ
India (28/06/42)
What
about a Landscape arch. school in India? Cheaper but dirty.
Perth (06/07/42)
Australia
is quite cheap compairing with Europe and USA.
กระทู้จาก
สรชัย กรณ์เกษม (27/05/42)
ในเมืองไทย
มีสอนปริญญาโทสถาปัตย์ ที่รับผู้ที่เรียนจบต่างสาขา(รึปล่าว?) มีเพื่อนๆหลายคน
เรียนจบปริญญาตรีสาขาอื่นๆ หรือแม้แต่ที่จบสาขาออกแบบภายใน/ภูมิสถาปัตย์
แต่อยากเรียนปริญญาโทสถาปัตย์ ต้องมาเรียนต่อเมืองนอก แล้วในเมืองไทย จะพอมีโอกาสบ้างไหม(หรือมีแล้ว)??
ที่อเมริกา มีแทบทุกโรงเรียน (หลักสูตร 3 ปี ถึง3 ปีครึ่ง) เข้าใจว่าเป็นการให้โอกาสเลือกทางการศึกษากับทุกๆคน
ทุกๆอาชีพ มีความเห็นกันอย่างไร(ข้อดีข้อเสีย)กับการรับผู้ที่เรียนจบสาขาอื่นๆ
หรือสาขาเกี่ยวเนื่องดังกล่าว เข้ามาเรียนสถาปัตย์ตอนโตๆ แล้วจบไปประกอบอาชีพนี้
ป.ล.ผมเห็นด้วยกับการเปิดโอกาสเรื่องการศึกษาให้กับผู้ที่สนใจและตั้งใจจริงๆ
อย่างน้อยวุฒิภาวะที่มี ก็คงจะโตพอ ถ้าเกิดเลือกมาเรียนจริงๆ (ถ้าไม่เห็นด้วย
เดี๋ยวเพื่อนหลายคนแถวๆนี้ จะน้อยใจแย่...)
สถาปนิกชานเมือง (27/05/42)
เท่าที่รู้มายังไม่มีโครงการแบบนี้เลย
และก็เห็นด้วยว่าน่าจะมีในบ้านเราบ้าง แต่หลักสูตรจะเป็นอย่างไรต้องคิดกันดีๆ
กระทู้จาก
ผู้อยากรู้ (13/05/42)
สถาปนิกไปเรียนต่อMBAดีไหม
สมศักดิ์ (17/05/42)
ผมจบคณะสถาปัตย์
สาขาตกแต่งภายใน คงพอนับเป็นประเภทเดียวกันได้ ตอนนี้ผมเรียน MBA อยู่ ปีสองแล้ว
เห็นได้ชัดว่าแนวทางของเนื้อหาเป็นอีกโลกหนึ่งที่เราไม่คุ้นเคย ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการเป็นผู้บริหารองึค์การทางธุรกิจ
แต่ไม่ได้มีประโยชน์ในการออกแบบเลยนะครับ ถ้ามุ่งหวังที่จะเป็นผู้บริหารธุรกิจของคุณ
ก็เหมาะที่จะเรียนครับ
วิญญู วานิชศิริโรจน์ (17/05/42)
สนับสนุนครับถ้าชอบทางนี้ครับ
เพราะเคยเรียนมาแล้ว แต่ต้องทำใจไว้นะครับว่าต้องเปลี่ยนวิธีคิดต่างไปบ้าง
เพราะโลกของ MBA จะมีเรื่องของ การเงิน การตลาด การบริหาร ซึ่งไม่เหมือนที่เรารู้ในโลกของสถาปัตยกรรม
ครับ แต่ชี้ว่าเราสามารถนำข้อได้เปรียบในฐานะที่เป็นสถาปนิกมาใช้ได้มากในการเรียน
MBA ถ้ารู้จักวิธีครับ ถ้าทำได้จะภูมิใจมากยิ่งขึ้นที่เป็นสถาปนิกครับ ถ้าจะสอบจริงๆถามเพิ่มได้นะครับ
ถ้าตอบได้จะพยายามตอบครับ ด้วยความเคารพ
^-^
PP (21/05/42)
It depends
upon your future plan. It would be another aspect which is quite completely
difference from what you have experienced as an architect. I am an architect
with an MBA degree. I believe it would be very useful when u will step
into a manager in the future. Although you are an architect, you need
to have some knowledges of management. The more u work, the more u get
involved in management skills. Especially, if you intend to set up your
own business, I suggest u go to take an MBA degree. It would make you
have wider aspect which may apply to other business as well. Anyway, if
you want further details, please let me know.
Nong
(23/05/42)
I gonna
leave for studying M.B.A, this topic makes me more comfortable, Thank.
กระทู้จาก
ยุทธดนัย (21/02/42)
อยากทราบเกี่ยวกับการศึกษาต่อครับผมเป็นสถาปนิกจบทำงานมาได้เกือบปีแล้วครับ
พอดีทางบ้านต้องการให้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ปัญหาใหญ่ที่เคยคุยกับเพื่อนๆที่จะไปเรียนเหมือนกันคือ
จะไปเรียนต่ออะไรดี (ในสาขาวิชาสถาปัตย์หรือใกล้เคียง) เพื่อในอนาคตจะสามารถนำวิชาความรู้ที่เรียนมาใช้ประโยชน์จริงๆ
และแนวโน้มในอนาคตในการทำงานควรเรียนอะไรทางด้านไหน
สรชัย กรณ์เกษม (21/02/42)
ขออนุญาตตอบคำถามนี้ยาวหน่อยนะครับ ในฐานะที่ครั้งหนึ่งก็มีปัญหาแบบนี้แบบเดียวกับคุณยุทธดนัย
ถึงแม้ จะเป็น คำถามที่กว้าง (เป็นสัมมนาย่อยๆได้ทีเดียว) แต่ก็จะพยายาม
ตอบให้ครอบคลุมโดยรวมก่อน แล้ว ในรายละเอียด ค่อยมาว่ากันอีกทีดีมั้ยครับ
ก่อนอื่นการมาศึกษาต่อต่างประเทศน่าจะเป็นการตัดสินใจแบบ
"ตั้งใจ" มา ด้วยความสมัครใจ ครับ (ถึงแม้ทางบ้านจะบังคับให้มาก็ตาม)
เพราะ จะได้พร้อมที่จะ เผชิญปัญหาร้อยแปด แบบไม่ท้อถอย แบบ ไม่ไป พาล โทษใคร
และ จะได้ไม่บ่นว่า ไม่น่ามาเลย...ไม่เชื่อเค้าเลย... อันน ี้ไม่นับ แบบมาเรียนเล่นๆ
หา ประสบการณ์สนุกๆ (ก็มีเงินซะอย่าง) ประเด็นหลังนี้ ผมขอไม่กล่าวถึงนะครับ
ปัญหา ที่ว่าเรียน อะไรดี... ตรง ประเด็น ดีมากครับ ผมเชื่อว่าทุกวันนี้การเข้าตรงจุด
เป็นเรื่อง ที่ตัดสินใจยาก... ผม ประสบ ปัญหานี้ กับตัวเอง อยู่บ่อยๆ จนกระทั่ง
ทุกวันนี้ เพราะ ยิ่งได้มีโอกาสเรียนรู้ มากขึ้น ก็ จะพบจะเจอสิ่ง ที่น่าสนใจ
ไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ เพราะ ข้อมูลบางอย่าง ไม่เคยรับรู้มาก่อน และ บางอย่าง
(ที่เลือกไปแล้ว) อาจจะ ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองชอบจริงๆ ดังนั้น อยากจะ ให้ถามตัวเองว่า
อยากมีบทบาท อะไรในสังคม ในอนาคตข้างหน้า เพราะ ยังมีเวลา เตรียมตัว ปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงทัน แต่ถ้าเป็น สาขาที่เกี่ยวข้องกับ สถาปัตย์... ก็มีให้เลือกไม่ใช่น้อยเหมือนกันครับ
ดังนี้
architecture design ,history and theory,
architectural management, facility management , urban/city planning, urban
design, real estate, lighting design, interior architecture, building
technology, design technology, computation design...etc.
คงต้อง
ถามตัวเอง คร่าวๆ ว่า ถนัดแนวไหนนะครับ technical/non-tecnical/design/non-design
จริงๆ อยากจะอธิบายว่าอะไรคืออะไร แต่เกรงจะยาวไป (ค่อยๆ ขยายความทีละนิดนะครับ)
ประเด็นถัดไป ก็สำคัญไม่น้อยครับ ว่าจะใช้"ภาษา"อะไรในการไปเรียน
"ภาษา" นี่เป็นสิ่งสำคัญมากครับ ผมเชื่อว่า ยิ่งมีความพร้อมด้านภาษามากเท่าไร
ความพร้อมที่จะรับรู้และแลกเปลี่ยนก็จะดีมากขึ้นเท่านั้น
(เหมือน เป็นตรรกะง่ายๆ แต่ทำยากจัง) พอดีพื้นฐานภาษาก่อนมาศึกษาของผมอยู่ในขั้นเลวถึงเลวมากครับ
ตอนนี้ ก็อยู่ตัวแล้วครับ(พอจะเถียงเค้าได้) เพราะถ้าไม่เข้าใจอะไร ก็ถามซ้ำถามซากจนเข้าใจเองแหละครับ
(ถ้าไม่ก็ถูก ชาวต่างชาติเลิกคบไปเอง) ต้องเข้าใจนะครับว่ามันไม่ใช้ภาษาเรา
แต่อย่าท้อ ก็ตัดสินใจ ตั้งแต่แรก แล้วนี่ ครับ
ที่จริงยังมีอีกหลายๆปัจจัยที่น่าจะนำมาตัดสินใจ เช่น
เวลา หลักสูตร โรงเรียน ค่าใช้จ่าย ขั้นตอน การ เตรียมตัว สมัคร.. อีกสารพัด
ครับ
คงจะพอมองออกคร่าวๆว่าควรจะเตรียมตัวขั้นแรกอย่างไร แต่ ทุกๆอย่าง ก็ไม่น่าจะเหนือบ่า
กว่าแรง เด็กสถาปัตย์ อย่างเราๆ หรอกครับ
โดยส่วนผมเชื่อว่าในทุกๆสาขานั้นสามารถนำมาใช้ และพัฒนาให้เป็นประโยชน์ได้ทั้งนั้น
มันอยู่ ที่การรู้จักนำมาใช้มากกว่า..... แต่ถ้าจะให้ผมคาดการอนาคต ผมอยากให้มีสถาปนิกที่มีความรู้ด้าน
คอมพิวเตอร์ (โปรแแกรมเมอร์) มากขึ้นอย่างมากๆ แต่ว่าจะเอาดีเด่นด้านไหน
ประยุกต์ ใช้กับสาขา ใด ก็ด ีทั้งนั้น แหละครับ
กระทู้น ี้ยากดีครับ....ผมเชื่อว่ามีผู้รู้แถวๆนี้ก็ผ่านประสบการณ์นี้มาไม่น้อย...
แล้ว ผมจะ กลับมาขยายความ บาง สาขาวิชา ที่ผมพอจะรู้เรื่องอีกที่นะครับ ยาว
ไปนิด คงไม่ว่ากันนะครับ
สุรพล พฤกษ์ไพบูลย์ (22/02/42)
ถามง่าย
แต่ตอบยากจัง หากจะไปเรียนโดยดูแนวโน้มของตลาดในอนาคตอย่างเดียวคงจะไม่ได้
หากดู คนที่ประสบความสำเร็จ ในหลายวิชาชีพ หลายคนไม่ได้ทำงานในสาขาที่ตัวเองเรียนจบมา
จะบอกให้ไปเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบและสนใจ (ก็ชอบนั่นแหละ) ก็พูดยาก บางคนจับพลัดจับผลูไปเรียนในวิชาที่ไม่ได้นึกคาดฝันมาก่อน
จบมาแล้ว(ดัน)ทำงานได้ดี ... อย่างนี้ก็มีมาก แต่โอกาส ที่จะพัฒนาความรู้
ให้ยิ่งขึ้นไป ในสิ่งที่ตัวเองมีความชอบอยู่แล้ว อันนี้มีความเป็นไปได้สูง
เพราะเราก็รู้กันดีว่า
ความรู้ในโรงเรียน ก็เป็นพื้นฐาน เพราะเป็นความรู้นอกตัว คือคนอื่นบอกเล่ามา
จวบจนตัวเองสามารถที่จะพัฒนาขึ้นมา โดย การแสวงหา ความรู้เพิ่มเติม คิดเอง
พิจารณาเอง อย่างแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) จนสามารถนำความรู้นั้นมาเป็นของตัวเองอย่างสมบูรณ์
เมื่อนั้นแล้ว จึงกล่าวได้ว่าเป็นความรู้ของตน สามารถนำไปใช้ให้ประสบความสำเร็จได้
ขออวยพร ให้คุณมีเวลานั่งคิดว่าคุณเองต้องการอะไร ถนัดจะทำอะไร และ ชอบอะไร
คือสิ่งที่ คุณสามารถ ทนทำอยู่ได้นานๆ และ มีความสุข กับสิ่งนั้นหรือผลงานของสิ่งนั้น
เมื่อค้นหาพบแล้วคุณก็จะพบคำตอบเอง ด้วยตัวเอง
สรชัย กรณ์เกษม (22/02/42)
คุณยุทธนัยครับ
ถ้ายังคิดไม่ออกนะครับว่าจะเลือกเรียนอะไร ลองใช้เวลาเข้าไปนั่งอ่านข้อมูลของโรงเรียนต่างๆ
ผ่าน www นี่แหละครับ เพราะแทบทุกสถาบันจะบอกรายละเอียดไว้มากพอสมควร อาจจะเริ่มที่
yahoo:Arts/Designs_Arts/Architecture/Education/College_and_University_Departments/
แต่อย่าตกใจนะครับ เพราะอาจจะมีมากเกินไป ถ้าเกิดสนใจโปรแกรมหรือสถาบันไหนเป็นพิเศษ
ผมอาจจะหาเพื่อนพ้องน้องพี่คนไทย(เท่าที่จะหาได้) ที่คุ้นเคยกับสถานที่และข้อมูลนั้นๆ
ให้คุณยุทธนัย(หรือผู้สนใจ)ได้ไต่ถามให้หายสงสัยก็ได้ครับ
ยุทธดนัย (23/02/42)
ขอบคุณทุกคนมากครับที่ตอบครับ
คุณสรชัย ถ้าไม่รบกวน ผมอยากทราบ e-mail address ของพี่จะได้เขียนไปปรึกษาอีกครับ
ส่วน e-mail ผมที่ yuthadanai@hotmail.com ขอบคุณครับ
ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ (24/02/42)
ผมชอบที่คุณสรชัยกล่าวไว้ในตอนแรกว่าให้
แสวงหาภายในของตนเอง เพราะบางครั้งความต้องการ ความอยากจะเป็นของเรา กับ
ความสามารถ และโอกาสของเรา อาจจะไม่ตรงกันเสมอไป ....หลายคนที่ไม่เด็ดจริงจึงต้องหาคารวามหมาย
ผมเองก็เคย สับสนมากๆ ตอน จะไปศึกษาต่อ เหมือนกัน เพราะพอทำงานไปแล้ว ๔ ปี
คิดว่าตนเองอยากจะไปทาง "บริหารรัฐกิจ หรือ บริหารงานบุคคล" (Public
Administration) ก็เลยสมัครเรียนไป เขาก็รับแล้ว พอดีมีหมาวิทยาลัยหนึ่งเขารับให้ไปเรียน
Architect และ ที่นั่นมีเพื่อนอยู่ ก็เลยไปเรียนสถาปัตย์ แต่ดันไปเลือกทางด้าน
Building Technology เรียนจนจบก็ไม่รู้สึก ว่าเป็นทางที่ตัวเองชำนาญ หรือ
อยากไปนักหนา ก็เลยไปเทคเรื่องพลังงานกับเรื่องแสงสว่างเพิ่มเติม แต่ก็รู้สึกว่า
จะไม่ใช่ทางอีก นั่นแหละ ก็เลยไปเอาดีทางคอมพิวเตอร์ จนกลายเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์และโปรแกรมเมอร์ไปพักหนึ่ง
ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ทางอีก ก็เลยไปเรียน พวก M.B.A. จน(เกือบ)จบ ไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนก็เลย
หันไปเรียน M.Eng. ทางวิศวกรรมศาสตร์ ด้าน Construction management เรียนอยู่พักหนึ่ง
รู้สึกว่าชีวิตมันยากเหลือเกิน ก็เลิกเรียนอีก ...วนเวียนล้มเหลวอยู่หลายปีทีเดียว
จนในที่สุดก็พอทราบว่าตัวเองนั้นไม่ใช่อาหารแบบ "สเต็ก"
ที่มีคุณค่า ความชำนาญและความชอบที่ชัดเจนทางเดียว แต่ตัวเองเป็น "สังขยา"
ที่ต้องเละๆ มั่วๆ นัวเนีย .... ก็เลยกลายเป็นสังขยา ปน จับฉ่าย มาจนถึงวันนี้แหละครับ
คุณยุทธดนัย อาจจะเป็นอย่างผมก็ได้ ...ลองหาตัวเองดูสักพักซิครับ
ตอนนี้คุณสรชัย (ซึ่งเขาน่าจะเป็นรุ่นพี่คุณสัก ๔ ปี) น่าจะช่วย ให้ คำปรึกษาดี
แน่นอนครับ .....เชียรซซซซซ์
สรชัย
กรณ์เกษม (24/02/42)
ที่อยู่ผมนะครับ
sor@cyberdude.com พี่ยอดเยี่ยมครับ ผมขอเป็นแค่ผู้ช่วยพระเอก
คอยจัดหานางเอกให้พระเอกอยู่ข้างๆดีกว่า เป็นแบบ พระเอก กับพระเอกฟังดูทะแม่งๆพิกลมั้งครับ
อย่างที่ กล่าวไว้ก่อนนี้ว่า ถ้ามีผู้ใดสนใจข้อมูลทางการศึกษาต่อ หรือข้อมูลใดๆ
เท่าที่ผมพอจะจับแพะชนแกะ(cut and paste)ได้ ก็ยินดีครับ เพราะมีเพื่อนฝูงพี่น้อง
ที่เคารพรักมากมายที่รู้จัก คงยินดีช่วยเหลือกัน ตัวผมเองลำพัง คงไม่สามารถนำมาได้ด้วยข้อมูลทั้งหมด
ถึงผม จะเรียนจบมาแล้วก็จริงครับ แต่ก็ยังไม่รู้เหมือนกันด้วยซ้ำว่า พรุ่งนี้ตื่นมาจะเปลี่ยนใจไปทำอะไรอีกดี(หรือไปทำอะไรอีกได้)
a
child (07/03/42)
If you
want a job and expereince, it's the best way to study in the USA during
this time. Construction market is at peak, at least for now, there. Start
as part-time, if you've got enough time, which will lead to a full-time
in the future if you're good enough.
สรชัย กรณ์เกษม (08/03/42)
พูดถึง
การทำงานที่อเมริกาตอนนี้ บูมดีจริงๆครับ อย่างที่คุณ a child ว่า แต่มีการคาดเดาว่าจะล่วงลงกลางปีหน้า
ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน นักเรียนไทย ที่มาเรียนสถาปัตย์ส่วนใหญ่ช่วงนี้ พอจบมาก็ทำงาน
หางานกันได้เกือบทุกคน (ถ้าไม่เลือกมาก) เรื่อง รายได้ก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้เกือบแสนหรือมากกว่า
(แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงมากอยู่ดีครับ) โอกาสและการทำงาน แม้จะ ไม่ค่อยเท่ห์
เหมือน ตอนเป็น สถาปนิก อยู่เมืองไทย ที่ดูจะเป็นคนออกแบบจริงๆจัง แต่ระบบที่นี่ก็เป็นแบบนี้
ก็ได้ประสบการณ์ไปอีกอย่าง
ถ้า บางคนไม่อยากเรียน แต่มีเงินค่าเครื่องบินกับค่าใช้จ่ายสักนิดหน่อย อยู่ว่างๆตกงาน
ก็ลองบินมาเสี่ยงตายหาประสบการณ์ดูก็ได้ ถ้ากล้า เข้าไปสมัครงานซะอย่าง ลุยๆเข้าไป(แต่สุภาพๆนะครับ)
ก็ไม่น่าจะมีปัญหามากนัก ขอให้พูดจาภาษาเค้าได้รู้เรื่องบ้างแ ละใช้ autocadเป็น
มันต้องมีที่ๆ ให้คุณทำงานเองแหละ คนไทยซะอย่าง แล้วเค้าก็ออกวีซ่าให้เองแหละครับ
(แต่เราอาจจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเอง) ถ้า อยากลองเสี่ยง ก็ลองดูนะครับ...จะเอาใจช่วยจริงๆ
(ส่ง resume+portfolio มาก็ได้ แต่ โอกาสมันอาจจะน้อยกว่าคนเดินไปเดินมาแถวๆนี้ครับ)
New Commer (24/04/42)
ชื่นชมความช่วยเหลือของพี่ๆทุกคน
ผมเองก็อยากเรียนต่อเหมือนกัน แต่คงไม่มีโอกาสไปต่างประเทศ (ไม่มีงบประมาณ)
อยากเรียนที่เมืองไทย อยากได้คำแนะนำจากพี่ๆบ้างครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
สรชัย
กรณ์เกษม (26/04/42)
อืมมม..ถ้าอยากมาเรียนเมืองนอกจริงๆ
บางสถาบันก็มีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียน ต่างชาติเหมือนกันนะครับ ญี่ปุ่น--ติดต่อที่สถานทูตญี่ปุ่น
รู้สึกจะเป็นทุนมาบูโช (อาจจะสะกดผิดนะครับ) เยอรมัน--สถานทูตเยอรมัน (dadd)
ให้ทุนตั้งแต่เรียนเริ่มเรียนภาษา จนจบโปรแกรม อเมริกา--ฟุลไบรท์ หรือที่แต่ละมหาวิทยาลัย
บางทีก็มีครับ เช่นที่ Hawaii, u of illinois ก็มีครับ และคงมีอีกหลายสถาบันที่พอจะหาทุนได้
หรือการทำงานในโรงเรียนช่วยอาจารย์ไปด้วย ก็ได้ลดค่าเรียนครับ หรือบางทีเรียนไปเทอมสองเทอมแล้วได้ดี
ก็ได้เรียนต่อฟรีก็มีครับ ถ้าใครพอจะเคยได้ยินเรื่องทุนๆ นี่เอามาแปะไว้ในนี้ก็ดีนะครับ
น้องๆรุ่นหลังๆจะได้มีโอกาสมากขึ้น
Sani (14/05/42)
I'd
like to add Landscape Architecture into your list on making a decision.
This field positions itself between Urban planning and Architecture. It
can give you a wider perspective of built environment than you've got
from your B.Arch.
|